Get Adobe Flash player

สินค้าใหม่ แนะนำ!

Visionace
Visionace MAX
รุ่นใหม่เปลี่ยนโฉม สำหรับผู้ที่ต้องการวิตามินบำรุงสายตาที่ดีที่สุด ให้กับตัวเองและคนในครอบครัว
ราคา 1,500 บาท สองกล่องขึ้นไปมีส่วนลด!
รุ่นนี้ดีอย่างไร โทรหรือแอดไลน์สอบถามได้เลยครับเพื่อความชัดเจน :)
วิตามินบำรุงสายตา Line

Visionace Plus

Visionace
Visionace Plus
>ราคา 1,000 บาท สองกล่องขึ้นไปมีส่วนลด!
รุ่นนี้ดีอย่างไร โทรหรือแอดไลน์สอบถามได้เลยครับเพื่อความชัดเจน :)
วิตามินบำรุงสายตา Line

สินค้าใหม่ แนะนำ!

สาหร่ายแดงbio-life

Bio-Life Astaxanthin
บำรุงสายตาและเสริมความสวยหล่อ ^^
ราคา 1,990 บาท
โทรหรือแอดไลน์สอบถามได้เลยครับเพื่อความชัดเจน :)

Apichart Sangneth

อภิชาติ แสงเนตร

จัดส่งสินค้าแน่นอนครับ

รับประกันจัดส่งสินค้าวิตามินบำรุงสายตา 100% รับประกันจัดส่งสินค้าวิตามินบำรุงสายตา 100% รับประกันจัดส่งสินค้าวิตามินบำรุงสายตา 100% รับประกันจัดส่งสินค้าวิตามินบำรุงสายตา 100%

บัญชีธนาคาร

บัญชีชำระเงินวิตามินบำรุงสายตา.com

สารและวิตามินที่ช่วยบำรุงสายตา

มีสารหรือ วิตามินอะไรบ้างที่ช่วยบำรุงสายตา เป็นประโยชน์ต่อสายตาและดวงตาของคุณ

สาหร่ายแดง Bio-Life Astaxantin

สวัสดีครับ ตอนนี้ผมเจอสินค้าอีก 1 ตัวคือสาหร่ายแดง Bio-Life Astaxantin ที่สามารถช่วยบำรุงสายตาได้ดี และยังช่วยบำรุงผิวพรรณร่างกายให้หล่อและสวยขึ้นได้อีกด้วย ^^

สาหร่ายแดง นั้นมีสรรพคุณอย่างนึงที่ช่วยทำให้การมองเห็นดี มองชัดขึ้น เพราะสารแอสต้าแซนธิน (Astaxanthin) และสารลูทีน (Lutein) สามารถถูกดูดซึมไปเลี้ยงเบ้าตาที่อาหารเสริมตัวอื่นไม่สามารถทำได้ มาดูรายละเอียดเต็มๆของสินค้าตัวนี้ หรือ สาหร่ายแดง ยี่ห้อ Bio-Life Astaxanthin ตัวนี้กันครับ

สาหร่ายแดง Bio-life astaxanthin จากแสกนดิเนเวีย

คุณสมบัติ ช่วยต้านอนุมูลอิสระและชะลอวัย ทำให้เซลล์ผิวหนังมีชีวิตชีวา เพิ่มความคงทนของกล้างเนื้อ บำรุงสุขภาพตาให้แข็งแรง ช่วยลดริ้วรอย ลดความหย่อนคล้อย ชวยเสริมความชุ่มชื้นให้กับผิวหนัง รักษาเซลล์ทั้งข้างในและด้านนอก ช่วยทำให้คอลลาเจนในร่างกายผลิตขึ้นอย่างสมบูรณ์ไม่ถูกทำลายโดยอนุมูลอิสระ ทานแล้วจะช่วยทำให้คุณดูเด็กลงและงดงามขึ้นแน่นอน!!

อนุมูลอิสระคือโมเลกุลที่ไม่เสถียร มีความว่องไวสูง เพื่อให้ตัวเองเสถียรจะต้องแย่งอิเล็คตรอนจากเซลล์อื่น ทำให้เซลล์เกิดความเสียหาย ผลที่ตามมาคือ ริ้วรอย ความหย่อนคล้อย ผิวความความชุ่มชื้น และโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ อนุมูลอิสระเกิดได้จากระบบการเผาผลาญในร่างกายเอง หรือจายภายนอก เช่น ความเครียด, อาหารปิ้งย่าง, รังสี UV จากแสงแดด, ควันบุหรี่ ,มลพิษ เป็นต้น

สารต้านอนุมุลอิสระ คือสารที่จะหยุดวิธีการทำลายเซลล์จากอนุมูลอิสระ สารต้านอนุมูลอิสระที่รู้จักกันดี และใช้กันอยู่ในช่วงปัจจุบันคือ วิตามินอี วิตามินซี โคเอนไซม์ คิวเท็น กรดแอลฟ่าไลโปอิก เป็นต้น

ใหม่!! แอสตาแซนทีนที่มีประสิทธิภาพดีที่สุดมีความสามารถในการต้านอนุมูลอิสระได้แรกกว่าวิตามินซี 6000เท่า! ดีกว่าโคเอนไซม์คิวเทน 800เท่า! ดีกว่าวิตามินอีและชาเขียว 550เท่า! ดีกว่ากรดแอลฟ่าไลโปอิก 75เท่า! ดีกว่าแบต้าแคโรทีน 40เท่า! และดีกว่าสารสกัดจากเมล็ดองุ่น 17เท่า!.

แอสตาแซนทีน – The King of Antioxidant

เป็นสารในตระกูลแคโรทีนอยด์ พบได้ในสาหร่ายสีแดง Haematococcus Pluvialis ร่างกายไม่สามารถสร้างสารชนิดนี้ได้ อำนาจในการต้านสารอนุมูลอิสระเหนือกว่าตัวอื่นๆ เกิดจากเค้าโครงทางโมเลกุลที่จำเพาะของแอสตาแซนทีน ทำให้สามารถป้องกันผนังเซลล์ทั้งด้านในและด้านนอก เปรียบเสมือนทหารที่คอยปปกป้องเซลล์ จึงมีส่วนสำคัญทำให้คอลลาเจนและอิลาสตินถูกสร้างขึ้นอย่างสมบูรณ์ เป็นผลให้เซลล์ผิวแข็งแรงและประโยชน์อีกหลายอย่างทางด้านสุขภาพ เช่น เพิ่มความทนทานของกล้ามเนื้อ สุขภาพตา เป็นต้น

แอสตาแซนทีนกับการชะลอวัย

มีผลงานวิจัยที่แสดงให้เห็นชัดว่า การรับประทานแอสตาแซนทีน ขนาด 4 มิลลิกรัม ต่อเนื่อง 6 สัปดาห์ ในหญิงวัยกลางคนพบว่ากลุ่มที่รับประทานแอสตาแซนทีน มีริ้วรอยแลดูจางลง ความชุ่มชื้นและความยืดหยุ่นของผิวดีขึ้นมากกว่า 50เปอร์เซ็น เมื่อเทียบกับก่อนรับประทานแอสตาแซนทีน “ซึ่งอาจเป็นผลจากแอสตาแซนทีนที่สามารถปกป้องคอลลาเจนไม่ให้ถูกทำลายโดยอนุมูลอิสระได้”

ผลทางด้านความปลอดภัย

มีการทดลองทางคลีนิค โดยมีการรับประทานแอสตาแซนทีนมากถึง 45 มิลลิกรัมทุกวัน เป็นเวลา 4 สัปดาห์ติดต่อกัน โดยไม่พบความผิดปกติใดๆ และจากการทดสอบสารเคมีในเลือดและในปัสสาวะ ไม่พบความผิดปกติใดๆ การค้นหาเอกสารทางวิชาการทั่วโลกนั้นไม่พบรายงานที่มีผลข้างเคียงในทางลบ

Bio-Life astaxanthin เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ทรงพลัง สารสกัด สาหร่ายแดง จากแสกนดิเนเวีย ช่วยลดริ้วรอย ลดความหย่อนคล้อย ชวยเสริมความชุ่มชื้นให้กับผิวหนัง ปกป้องเซลล์ทั้งด้านในและด้านนอก ช่วยทำให้คอลลาเจนในร่างกายผลิตขึ้นอย่างสมบูรณ์ไม่ถูกทำลายโดยอนุมูลอิสระ ทานแล้วจะช่วยทำให้คุณดูเด็กลงและสวยขึ้นแน่นอน!!

สาหร่ายแดง bio-life 1 เม็ดเทียบเท่า
วิตามินซี 1,000 มก. หรือ 24 เม็ด !!
โคเอ็นไซม์ คิวเท็น 50 มก หรือ 64 เม็ด!!

ลองทดสอบวันนี้ด้วยตัวของคุณเองดูครับ สำหรับตัวผมแล้วคิดว่าเหมาะกับคนหนุ่มสาว ที่ต้องใช้สายตาเพ่งเล็งคอมพิวเตอร์ มือถือ แท็บเบล็ท (บางคนอาจจะเพ่งเกือบทั้งวัน อิอิ) ทำให้เสียสายตา และ สาหร่ายแดง Bio-life นี้ยังช่วยได้ทั้งบำรุงสายตาและบำรุงผิวพรรณให้หล่อและสวยขึ้นได้อีกด้วย!!

ขนาดบรรจุ 100 แคปซูล

ราคาพิเศษ กระปุกละ 1,990 บาทเท่านั้น!!

 

อภิชาติ แสงเนตร

 

สั่งซื้อ สาหร่ายแดง Bio-life

EPA และ DHA คืออะไร?

EPA-DHA

กรดไขมันที่สำคัญที่สุดในหมวด Omega 3 ได้แก่ EPA ( Eicosapentaenic acid ) และ DHA ( Docosacexaenoic acid ) ทั้ง EPA และ DHA ต่างมีความจำเป็นต่อการก่อสร้างพร้อมทั้งซ่อมเซลล์ รวมถึงการสร้างความเข้มแข็งให้กับเซลล์ ร่างกายของเราประกอบขึ้นด้วยเซลล์มากมาย เพราะฉะนั้น การได้รับสารทั้ง2 ตัวที่บอกมาแบบไม่เพียงพอจะมีผลกระทบต่อทุกส่วนของร่างกาย รวมไปถึงกระดูก เลือด อวัยวะ ผิวหนัง ผม และสุขภาพจิตใจของเราด้วย คลิ๊กที่นี่เพื่ออ่านต่อครับ »

Omega-3 คืออะไรและมีประโยชน์อย่างไร?

Omega3-โอเมก้า3

เนื่องจาก วิตามินบำรุงสายตา Visionace Plus นั้นมีตัวยา Omega-3 เพิ่มมาอีก 1 ตัวในกล่อง ซึ่งแตกต่างกับ Visionace Original วันนี้ผู้เขียนเว็ปจึงนำรายละเอียดของ Omega-3 มาอธิบายให้ผู้อ่านเข้าใจ ก่อนตัดสินใจว่าจะเลือกซื้อ  วิตามินบำรุงสายตา Visionace ตัวไหนดี

visionace_product

Visionace-plus

คลิ๊กที่นี่เพื่ออ่านต่อครับ »

ธาตุสังกะสี  (zinc)

zinc_logo

 

หน้าที่และประโยชน์ที่สำคัญของสังกะสี คือการร่วมมือกันกับวิตามินเอ ซึ่งเป็นวิตามินบำรุงสายตาอีกชนิด โดยการไปเสริมแรงของวิตามินเอ ให้สามารถดูแลดวงตาไม่ให้เป็นโรคตาบอดตอนกลางคืน ดังนั้นหากเรามีอาการตาบอดตอนกลางคืน นอกจากการกินวิตามินเอแล้ว ควรทานสังกะสีเพื่อเสริมแรงให้กับวิตามินเอนั่นเอง

สังกะสีมีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ จากการศึกษาพบว่ามีส่วนช่วยในการทำให้จอประสาทตาเสื่อมที่เป็นอยู่แล้วเป็น ช้าลง แร่ธาตุสังกะสีมีความสำคัญมากต่อการทำงานของ Rhodopsin ซึ่งเป็นโปรตีนที่เกี่ยวข้องกับการทำงานในส่วนของการมองเห็น หากร่างกายขาดธาตุสังกะสีที่จะมาจับกับโปรตีนดังกล่าว ก็จะทำให้โปรตีนนี้สลายตัวและส่งผลให้เกิดอาการคล้ายกับโรคทางพันธุกรรมที่ จะนำไปสู่อาการของตาบอดหรือมองไม่เห็นได้ การรักษาโรคตานั้น วิธีหนึ่งคือ พยายามทำให้มีปริมาณความเข้มข้นของธาตุสังกะสีที่เรตินาหรือจอรับภาพ เพื่อให้สามารถจับกับโปรตีนที่ทำงานเกี่ยวกับการมองเห็นได้

ปริมาณ ธาตุสังกะสีที่แนะนำให้รับประทานในแต่ละวัน คนอายุน้อยกว่า 1 ปี วันละ 3–5 มิลลิกรัม อายุ 1-10 ปี วันละ 10 มิลลิกรัม อายุ 11 ปีขึ้นไป วันละ 15 มิลลิกรัม สตรีในระยะตั้งครรภ์ ปริมาณที่แนะนำวันละ 20–25 มิลลิกรัม และสตรีในระยะให้นมบุตร วันละ 25–30 มิลลิกรัม

อาหารที่มีธาตุสังกะสีเยอะ

ทั้งนี้ร่างกายมนุษย์ไม่สามารถสร้างหรือสังเคราะห์ธาตุสังกะสีได้เอง จำเป็นต้องบริโภคอาหารเพื่อให้ได้รับธาตุดังกล่าว ซึ่งแหล่งอาหารตามธรรมชาติที่มีปริมาณธาตุสังกะสีสูง ได้แก่เนื้อสัตว์ ตับ อาหารทะเล โดยเฉพาะหอยนางรมเป็นแหล่งธาตุสังกะสีที่ดี เพราะดูดซึมง่ายกว่าพวกพืชผัก และมีการวิจัยพบว่าอาหารจำพวกเนื้อเมื่อถูกย่อยเป็นกรดอะมิโนจะมีส่วนช่วย ให้ร่างกายดูดซึมธาตุสังกะสีได้ดีขึ้น

oysters

วิตามินบำรุงสายตา vitaminA
วิตามินเอ เป็นวิตามินบำรุงสายตาที่สำคัญ มีส่วนประกอบสำคัญของ “คอร์เนีย” และยังมีผลต่อการเจริญเติบโต การสร้างกระดูก และระบบสืบพันธุ์ นอกจากนี้ ยังป้องกันการติดเชื้อระบบทางเดินอาหาร ระบบทางเดินหายใจ และระบบขับปัสสาวะ ทำให้ผิวและผมแข็งแรง บำรุงสายตา และแก้โรคตามัวตอนกลางคืน (Night Blindness)

 

วิตามินเอ แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มความรู้ทั่วไปของวิตามินเอ

1.    อยู่ในรูปแบบวิตามินอยู่แล้ว (Preformed Vitamin A)หรือเรียกว่า Retinol ซึ่งได้มาจากเนื้อสัตว์ เช่น น้ำมันตับปลา อาหารประเภทเนื้อ  ไข่  ตับและเครื่องใน

2.    กำลังจะเป็นวิตามินเอ (Provitamin A) หรือเรียกว่า เบต้า-แคโรทีน  (beta-carotene) เป็นสารที่มาจากพืช  ซึ่งเป็นสารต้นกำเนิดของวิตามินเอ เมื่อเข้าสู่รางกายจะเปลี่ยนเป็นวิตามินเอ พบมากในพืชสีเขียวและสีเหลือง  ผักสีต่างๆ เช่น แครอท ผักโขม
คุณค่าของ วิตามินเอ เป็นที่รู้กันดีว่า คุณค่าทางโภชนาการ ของ วิตามินเอ นั้นจะช่วยให้มีสายตาที่เป็นปรกติ เนื่องจากวิตามินเอ จะช่วยในการบำรุงสายตา ช่วยให้ตาสามารถปรับสภาพในที่มืดได้ดี หรือช่วยป้องกัน โรคตาบอดในตอนกลางคืน และทำให้มองเห็น ในที่มืดได้ดีขึ้น

โดยเฉพาะเวลาที่มีแสงขมุกขมัว  โดย  Retinol จะรวมตัวกับโปรตีนชื่อ  ออพซิน (opsin)  เป็นสารประกอบโรดอพซิน  (rhodopsin)  ซึ่งมีคุณสมบัติดูดแสงและปรับสายตาให้มองเห็น   สารประกอบนี้จะสลายไปเมื่อถูกใช้แล้ว  ดังนั้น  การบริโภคอาหารให้ได้วิตามินเอที่เพียงพอในการสร้างโรดอพซินได้ตลอดเวลา จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง หากขาดจะทำให้มองเห็นได้ยากในเวลากลางคืนหรือในที่แสงสว่างน้อย ตาฟาง และทำให้เยื่อบุตาแห้ง กระจกตาเป็นแผล ในกรณีที่ร่างกายขาดวิตามินเออย่างรุนแรงอาจทำให้ตาบอดได้

แหล่งอาหารที่ดีของวิตามินเอ

แอปริค็อต,เนย,แคนตาลูบ, แครอท,เชดดาร์ชีส,น้ำมันตับปลา, ผักกาดขาว,ไข่, ธัญพืช,ผักคะน้า,ตับ,มะม่วงสุก,นม,มะละกอ,ลูกพีช,เมล็ดถั่ว,ฟักทอง,ผักโขม,มันฝรั่ง, มะเขือเทศ, แครอท ,บรอกโคลี

วิตามินเอหาได้จากที่ไหนวิตามินเอได้จากอะไร

ลูทีน (Lutein) เป็นสารสกัดจากธรรมชาติจัดอยู่ในกลุ่มสารที่มีสี ในตระกูลแคโรทีนอยด์ เป็นสารที่พบบริเวณตา

lutein_zeaxanthin

ลูทีนเป็นแคโรทีนอยด์สีเหลือง ซึ่งมีส่วนในการต่อต้านสารต้านอนุมูลอิสระ มีส่วนสำคัญในการบำรุงสายตา

โมเลกุลของลูทีนจะพบในปริมาณมากในจุดของดวงตา โดยลูทีนจะฉาบอยู่บนผิวของเรตินา (Retina) บริเวณจุดรับภาพของลูกตา (macula) ซึ่งเป็นตำแหน่งที่สำคัญที่สุดในจอประสาทตา เพราะเป็นจุดที่รูปภาพและแสงสว่างจะมาตกบริเวณนี้  ซึ่งเป็นส่วนที่จอตารับภาพได้ชัดเจนที่สุด

ลูทีนจะช่วยในการดูดซับแสงสีน้ำเงินในแถบสีการมองเห็น และช่วยปกป้องการทำลายของคลื่นสั้นที่มีต่อเยื่อบุผิวเรตินา จากการศึกษาพบว่า ระดับลูทีน 2.0 – 6.9 มิลลิกรัมต่อวัน จะช่วยป้องกันความเสื่อมของจุดด่างในดวงตาได้ กล่าวได้คือสารลูทีนจะช่วยสร้างสารต้านอนุมูลอิสระ ในการป้องกันเยื่อแก้วตา (retina) นั่นเอง

LUTEIN

หน้าที่และประโยชน์ของ Lutein

•    ทำหน้าที่ช่วยให้มองภาพได้คมชัด และเห็นรายละเอียดของภาพดีขึ้น
•    ลดความเสี่ยง การเป็นโรคต้อกระจกในผู้สูงอายุได้ (Cataracts)
•    ช่วยลดความเสี่ยง ในการเป็นโรคจุดรับภาพเสื่อม (Age – Related Muscular Degeneration หรือ AMD)
•    ช่วยลดโรคมะเร็งเต้านมในสตรีกลุ่มที่มีความเสี่ยง
•    ลดกลไกการเกิด Plague ในผนักเส้นเลือด ทำให้ลดอัตราการเป็นโรคหัวใจขาดเลือด และโรคหลอดเลือดตีบในสมอง
•    ช่วยให้ดวงตาแข็งแรง ป้องกันประสาทตาเสื่อม
•    ช่วยปกป้องมิให้แสงอาทิตย์ทำลายเรตินา
•    ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ในทั้งผู้ชายและผู้หญิง
•    ช่วยบำรุงระบบการไหลเวียนของเลือด และเส้นเลือดฝอยที่เลี้ยงตา

วิตามินบำรุงสายตา หรือสารที่ชื่อว่า ลูทีน (Lutein) และซีแซนทีน (Zeaxanthin) เป็นสารอาหารสำคัญในอาหารบำรุงสายตา สารอาหารลูทีน (Lutein) และ ซีแซนทีน(Zeaxanthin) นั้นเหมาะสำหรับคนที่ ห่วงใยสุขภาพสายตาและคนที่ทำงานที่ใช้สายตามากเช่น คนที่ต้องนั่งทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานๆ หรือผู้ที่ต้องทำงานอยู่กลางแจ้งที่มีแสงแดดจ้า คนที่ต้องขับรถกลางคืนบ่อยๆที่มักจะถูกแสงไฟรถที่วิ่งสวนมาสาดเข้าตาบ่อยๆ และใน ลักษณะเดียวกับแสงแฟลชจากกล้องถ่ายรูปทำให้สายตาต้องทำงานหนักเมื่อเจอแสง สว่างในลักษณะนี้ ด้วยเช่นกัน

สารอาหารลูทีน (Lutein) และซีแซนทีน (Zeaxanthin)นั้นจะอยู่ในจุดรับภาพของดวงตาคนเรา สารอาหารทั้งสองตัวนี้จะช่วยกรองแสงหรือป้องกันรังสีที่จะทำให้เกิดอันตรายต่อดวงตา นอกจากนี้ลูทีน(Lutein) และ ซีแซนทีน(Zeaxanthin)ยังช่วยปกป้องไม่ให้เซลล์ของจอประสาทตาถูกทำลาย ดังนั้นการบำรุงรักษาสายตาทำได้โดยรู้จักเลือกกินอาหารที่มีสารลูทีน(Lutein)และซีแซนทีน(Zeaxanthin)อยู่เพื่อประโยชน์ในการบำรุงสายตา

ลูทีนถือเป็นวิตามินบำรุงสายตาที่มีความ สำคัญในการปกป้องจอประสาทตา โดยลูทีน จะทำงานร่วมกันกับกรดไขมันดีเอชเอ และ เอเอ ซึ่งมีส่วนช่วยในการเสริมสร้างการพัฒนาการด้านการมองเห็นของเด็ก โดยดีเอชเอและเอเอ จะทำหน้าที่เหมือนเป็นหลอดไฟ ส่วนลูทีน จะทำหน้าที่เหมือนเป็นสารเคลือบหลอดไฟ ไม่ให้ดวงตาเสื่อมเร็ว

แหล่งอาหารของ ลูทีน (Lutein)

ผักโขม,ไข่,แครอท,ผักคะน้า, ผักกาดหอม, กระหล่ำปลี, ถั่วลันเตา, บวบ, แพงพวย,ข้าวโพด เป็นต้น

วิตามินบำรุงสายตา “Bilberry” คืออะไร ?

วิตามินบำรุงสายตา bilberry

ชื่ออื่น ๆ : Vaccinium myrtillus, European blueberry, huckleberry, whortleberry, burren myrtle

“Bilberry” มีการใช้กันมานานหลายศตวรรษทั้งเป็นยาและนำมาเป็นอาหาร เช่นแยมและ บิลเบอร์รี่

มีถิ่นกำเนิดในยุโรปเหนือ บิลเบอร์รี่ เป็นผลไม้ที่มีสารเคมีที่เรียกว่า “ Anthocyanosides” ซึ่งสีของบิลเบอร์รี่ นั้นมีคุณสมบัติต่อต้านอนุมูลอิสระที่ดีเยี่ยม ชะล้างอนุภาคที่สร้างความเสียหายในร่างกายที่เรียกว่าอนุมูลอิสระ

Anthocyanosides ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีศักยภาพที่เสริมสร้างหลอดเลือดและผนังหลอดเลือดฝอยปรับปรุงเซลล์เม็ดเลือดแดง และยังเพิ่มสีจอประสาทตา ที่ช่วยให้ตาทนต่อแสงไฟได้ สารต้านอนุมูลอิสระจะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดการ เจ็บป่วยในระยะยาว เช่น โรคหัวใจ มะเร็งและโรคตา ที่เรียกว่า จอประสาทตาเสื่อม นอกจากนี้บิลเบอร์รี่ ยังมีวิตามินซี ซึ่งมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระอื่นๆอีกด้วย

วิตามินบำรุงสายตา Bilberry อาจจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการปรับปรุงสายตา สมุนไพรที่สามารถบำบัดและคืนวิสัยทัศน์ให้กับดวงตา ทำให้จอประสาทตาเสื่อมช้าลง ป้องกันต้อกระจกและโรคเบาหวาน การศึกษาทางวิทยาศาสตร์ได้แสดงให้เห็นถึงการช่วยให้สายตาดีขึ้น การไหลเวียนชองโรคหลอดเลือดหัวใจตีบดี นอกจากนี้ยังมีผลในการต่อต้านริ้วรอยบนโครงสร้างคอลลาเจนได้ด้วย

อาหารเสริมบำรุงสายตา bilberry

บิลเบอร์รี่  กับการมองเห็น

Anthocyanosides ที่พบในผลไม้บิลเบอร์รี่ ซึ่งมีประโยชน์สำหรับคนที่มีปัญหาเรื่องสายตาและการมองเห็น ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 นักบินอังกฤษจะรับประทานแยมบิลเบอร์รี่ก่อนที่จะขึ้นบิน ซึ่งมีความเชื่อว่าจะช่วยในการมองเห็นได้ดีในตอนกลางคืน แม้กระนั้น บิลเบอรี่ยังได้รับการการแนะนำให้เป็นยาการรักษาโรคretinopathy (ความเสียหายของจอประสาทตา) ซึ่งสาร anthocyanosides มี่พบมากในบิลเบอร์รี่ จะช่วยปกป้องจอประสาทตา และยังได้รับการการแนะนำให้เป็นยาที่ป้องกันไม่ให้เป็นโรคต้อตาชนิดต่างๆได้อีกด้วย
ข้อสรุปประโยชน์ทางสายตาของผล Bilberry

เนื่องจากส่วนประกอบสารต้านอนุมูลอิสระที่แข็งแกร่งของ Bilberry แล้ว ประโยชน์ที่ระบุไว้มากที่สุดที่กล่าวสข้างต้นคือ ความสามารถในการรักษาช่วงของปัญหาที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพตาคน ตัวอย่างเช่น ช่วยปกป้องโครงสร้างคอลลาเจนในเส้นเลือดของตา จึงส่งเสริมสุขภาพเส้นเลือดฝอยที่นำสารอาหารที่สำคัญเป็นจำนวนมาก เช่นเลือดที่อุดมด้วยออกซิเจนไปยังกล้ามเนื้อตาของคุณ การศึกษาต่าง ๆ ได้รับการยืนยันว่าประโยชน์ของ Bilberry ที่ดียิ่งขึ้นกว่าหนึ่งอาจจะตระหนักถึง ประโยชน์สำหรับการป้องกันจอประสาทตาเสื่อม, ต้อกระจกตาบอดสีในเวลากลางคืนและการมองเห็นที่ไม่ดีหรือสีซีดจาง เราเชื่อว่าบิลเบอร์รี่เป็นหนึ่งในสมุนไพรที่ดีที่สุดสำหรับการป้องกันสุขภาพของตามนุษย์

การศึกษาและวิจัยแสดงให้เห็นว่าแม้กระทั่งว่าถ้าให้ยากับคนที่มีสุขภาพตาที่ดีก็จะช่วยเพิ่มความแม่นยำในการมองเห็นให้ดีมากขึ้น  ประโยชน์อื่น ๆ ของ วิตามินบำรุงสายตา Bilberry รวมถึงการรักษาปวดประจำเดือนและช่วยรักษาแผลในกระเพาะอาหาร ลดการเกิดลิ่มเลือด, โรคหลอดเลือดหัวใจตีบและการไหลเวียนไม่ดีอาจจะดีขึ้นด้วย จุดสุดท้ายที่จะต้องทราบก็คือว่าบิลเบอร์รี่มีสารที่เรียกว่า “glucoquinine” ซึ่งมีความสามารถในการลดระดับน้ำตาลในเลือดอย่างมีนัยสำคัญ และสารต้านอนุมูลอิสระ ” anthocyanin” ของสมุนไพรภายในตัวของมันเองนั้นก็สามารถลดความดันโลหิตสูงได้ด้วย

เคล็ดลับในการได้รับประโยชน์สูงสุดของบิลเบอร์รี่

1.  ให้แน่ใจว่าคุณซื้ออาหารเสริมบำรุงสายตา ที่มี Bilberry เป็นส่วนประกอบและผลิตด้วยสารสกัดที่เป็นมาตรฐาน สารสกัดมาตรฐานที่มีคุณภาพจะช่วยรักษาประโยชน์ภายในบิลเบอร์รี่และสมุนไพร อื่น ๆไว้ ส่วนใหญ่ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมสมุนไพรในตลาด ที่ไม่ได้ระบุปริมาณของส่วนผสมไว้บนฉลาก อาจเป็นอันตรายและทำให้ไม่ได้รับประโยชน์เท่าที่ควร

2.  สำหรับคนที่สุขภาพสายตาโดยรวมที่ดีควรบริโภคในระดับปริมาณลดลงจากปกติ ปริมาณบิลเบอร์รี่ 20-160 มิลลิกรัมต่อวัน แต่ควรใช้ในระยะยาวและต่อเนื่อง ซึ่งคนเหล่านี้มีเงื่อนไขเฉพาะเช่นจอประสาทตาเสื่อม, ต้อกระจก, ต้อหิน, ฯลฯ ดังกล่าวอาจต้องการในปริมาณที่มากขึ้น

Article Source: http://EzineArticles.com/386416

อาหารเสริมบำรุงสายตา bilberry