Get Adobe Flash player

สินค้าใหม่ แนะนำ!

Visionace
Visionace MAX
รุ่นใหม่เปลี่ยนโฉม สำหรับผู้ที่ต้องการวิตามินบำรุงสายตาที่ดีที่สุด ให้กับตัวเองและคนในครอบครัว
ราคาพิเศษสุด โทรได้เลย!
รุ่นนี้ดีอย่างไร โทรหรือแอดไลน์สอบถามได้เลยครับเพื่อความชัดเจน :)
วิตามินบำรุงสายตา Line

Visionace Plus

Visionace
Visionace Plus
รุ่นใหม่เปลี่ยนกล่องแล้ว
รุ่นนี้ดีอย่างไร โทรหรือแอดไลน์สอบถามได้เลยครับเพื่อความชัดเจน :)
วิตามินบำรุงสายตา Line

สินค้าใหม่ แนะนำ!

สาหร่ายแดงbio-life

Bio-Life Astaxanthin
บำรุงสายตาและเสริมความสวยหล่อ ^^
ราคา 1,990 บาท
โทรหรือแอดไลน์สอบถามได้เลยครับเพื่อความชัดเจน :)

Apichart Sangneth

อภิชาติ แสงเนตร

จัดส่งสินค้าแน่นอนครับ

รับประกันจัดส่งสินค้าวิตามินบำรุงสายตา 100% รับประกันจัดส่งสินค้าวิตามินบำรุงสายตา 100% รับประกันจัดส่งสินค้าวิตามินบำรุงสายตา 100% รับประกันจัดส่งสินค้าวิตามินบำรุงสายตา 100%

บัญชีธนาคาร

บัญชีชำระเงินวิตามินบำรุงสายตา.com

สวัสดีครับ

ผมอภิชาติ แสงเนตร ผู้ที่เจอและนำสินค้าเข้าวิตามินบำรุงสายตา Visionace จากต่างประเทศเข้ามาขายในประเทศไทยคนแรก เพราะตัวผมเองเป็นโรคทางสายตาคือโรคต้อหิน คุณแม่ของผมที่อยู่ต่างประเทศจึงส่ง Visionace มาให้และใช้แล้วดีจริง จึงนำมาให้คนในครอบครัวที่เป็นโรคทางสายตาทาน ก็ปรากฎว่าได้ผมดีกันทั้งครอบครัว จึงตัดสินใจนำเข้ามาขายในไทย ที่ยังไม่มีสินค้าบำรุงสายตาตัวไหนดีหรือได้ผลเท่า Visionace

ตัวผมเองที่เป็นคนเขียนเว็ป ทำรูปภาพและบทความ วิตามินบำรุงสายตา Visionace เองกับมือรู้สึกเสียใจ “ไม่ใช่เสียใจเพราะว่านำเข้าสินค้าชนิดเดียวกันเข้ามาแข่ง แต่เสียใจเพราะว่า เว็ปต่างๆเหล่านั้นได้คัดลอกเนื้อหาบทความ,แนวคิด และรูปภาพที่ผมคิดและทำขึ้นเอง แม้กระทั่งก๊อบปี้ความคิดส่วนตัวของผมเช่น หน้า คำถามที่พบบ่อยFAQ ไปลงเว็ปไซท์ของตัวเอง แล้วเปลี่ยนคำจากผมลงไว้เช่น ว่าผู้ขายเป็นต้อหิน เปลี่ยนเป็นผู้ขายแสบตา ตาแห้งเป็นต้น”

 

รู้สึกเสียใจครับ ผมยอมรับคู่แข่ง แต่เฉพาะ“คู่แข่งที่ดีไม่ลอกเลียนแบบความคิดของคนอื่นครับ”

ปล. ใครมาก่อนมาหลังดูง่ายๆที่ Facebook เวลาโพสใน Facebook ไม่เคยหลอกใคร ใครมาไม่นาน Like เยอะขนาดนั้นมันก็น่าสงสัย ไม่ต้องมากล่าวหาว่าคนอื่นขายของปลอมหรอก ถามตัวเองดีกว่า ขนาดเนื้อหารูปภาพยังก๊อปปี้ แล้วสินค้าล่ะครับก๊อปปี้ด้วยรึเปล่า?

ยืนยันตัวตัวเราก็มีเช่นกัน ดูได้ที่ www.thaigreatproducts.com

อภิชาติ แสงเนตร

07/04/2559

วิตามินบำรุงสายตา-อาหารเสริมบำรุงสายตาVisionance

วิตามินบำรุงสายตา อาหารเสริมบำรุงสายตา ดีที่สุด Visionace อันดับ 1 จากยุโรป

วิตามินบำรุงสายตา Visionace ช่วยเสริมสายตาของคุณให้กลับมาเป็นปกติ ได้อย่างดีเยี่ยม

แนะนำโดยผู้เชี่ยวชาญด้านสายตาชั้นนำของยุโรป เป็นงานวิจัยพิเศษที่แตกต่างจากผลิตภัณฑ์บำรุงสายตาอื่นๆ แต่ละเม็ดประกอบไปด้วยสารอาหารเช่น วิตามิน B2, Lutein ,Bilberry และสังกะสีซึ่งมีส่วนช่วยในการบำรุงรักษาการมองเห็นได้อย่างยอดเยี่ยม

Visionace-original-รุ่นใหม่

ผลการทดสอบและการทดลองวิจัย

วิตามินบำรุงสายตา Visionace ได้ถูกผลิตปรุงแต่งขึ้นภายใต้การทดลองวิทยาศาสตร์ด้านสายตาล่าสุด ศึกษาโดยแผนกวิทยาศาสตร์สายตาใน Glasgow Caledonian University ได้พบว่า วิตามินA, วิตามิน B2, Bilberry, Lutein  และสังกะสี มีส่วนในการบำรุงรักษาสายตาได้ดีมาก

ส่วนผสมและสรรพคุณวิตามินบำรุงสายตาVisionace

“ผมแนะนำ วิตามินบำรุงสายตา Visionace ให้กับเหล่าผู้ป่วยของผม แนะนำว่าเป็นวิตามินบำรุงสายตา สูตรยอดเยี่ยม และ Visionace ได้ถูกทำการวิจัยทดลองในแลปของผมเอง ผมรู้ว่ามันดีแค่ไหนยังไง ผมจึงต้องแนะนำให้คนไข้ที่ต้องการอาหารเสริมบำรุงสายตา / Visionace เหมาะมากสำหรับผู้ที่ต้องทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ตลอดเวลาทั้งวัน หรือผู้ที่สวมใส่คอนแทคเลนส์. ” ศาสตราจารย์ A.H.Beckett

สารอาหารที่พบทั้งหมดใน วิสชั่นเนส  มีส่วนช่วยในการศึกษา  AREDS (เบต้าแคโรทีน,วิตามิน C และ E, สังกะสีและทองแดง) กับอื่น ๆ อีกมากมาย เป็นที่แนะนำโดย ผู้เชี่ยวชาญด้านในการดูแลสุขภาพสายตาชั้นนำของยุโรป

ประโยชน์และสรรพคุณของ วิตามินบำรุงสายตาVisionace

เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาด้านสายตา ช่วยบำรุงสายตาให้มีสุขภาพดีขึ้นจากโรคที่เกี่ยวกับสายตาต่างๆเช่น

  • โรคต้อกระจก
  • ต้อหิน
  • ต้อต่างๆ
  • ผู้ที่มีปัญหาที่เกียวกับ เรติน่า,กระจกตา,มองภาพไม่ชัด
  • ผู้ที่มองแล้วมีภาพลายลอยไปลอยมา

***รับรองคุณภาพโดยผมเองผู้ขาย ซึ่งกำลังเป็นโรคต้อหินอยู่ เมื่อทานไปได้ซักระยะหนึ่ง ก็พบว่ามองได้ชัดเจนขึ้นครับ

เม็ดวิตามินบำรุงสายตา Visionace มี ลูทีน(lutein)สูง  นอกจากนี้ยังมีสารอาหารขนาดเล็ก เช่น carotenoids,cirus bioflavnoidsและสารสกัดจาก Bilberry. สารอาหารเหล่านี้สามารถพบได้ตามธรรมชาติในผลไม้และผักบางชนิด

  • อ่อนโยนต่อกระเพาะอาหาร
  • แตกตัวช้า ทำให้ร่างกายค่อยๆดูดซึมได้ครบถ้วน
  • ไม่แต่งเติมสีเทียม
  • ไม่มีสารกันเสีย
  • ไม่มีเกลือและยีสต์
  • ไม่ได้ทดสอบในสัตว์

เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ใส่คอนแทคเลนส์

อาหารเสริมบำรุงสายตา Visionace สามารถนำมาใช้กับผู้สวมใส่คอนแทคเลนส์หรือผู้ที่ทำงานเป็นเวลานานหน้าจอคอมพิวเตอร์ได้เป็นอย่างดี

วิตามิน A, riboflavin (วิตามิน.B2 ) และไนอาซิน (วิตามิน. B3) ช่วยในการบำรุงรักษาของเยื่อตา เยื่อเมือกอ่อนที่ครอบคลุมด้านหน้าของดวงตา

ช่วยป้องกันเซลล์ลูกตาและช่วยต้านอนุมูลอิสระ

สารอาหารเช่นวิตามิน B2, C, E และทองแดงแร่ธาตุแมงกานีส, ซีลีเนียมและสังกะสี ทั้งหมดนำไปสู่การป้องกันของเซลล์จากความเครียด
ช่วยบำรุงม่านตาและเลนส์ตาที่มีความเสี่ยงเวลาเกิดออกซิเดชันและอนุมูลอิสระ ซึ่งเกิดจากหลายปัจจัยรวมทั้งควันบุหรี่หรือแสงแดด

วิตามิน A, B2 และสังกะสีเป็นส่วนประกอบหลักของวิตามินบำรุงสายตาชนิดนี้ ที่มีสรรพคุณช่วยในเรื่องของการบำรุงดวงตา

วิตามิน B1, riboflavin (B2 vit. ), B6, C, ไนอาซิน (vit. B3) และทองแดง ช่วยให้การทำงานของระบบประสาทตากลับมาเป็นปกติ

สังกะสีนั้นมีความสำคัญต่อม่านตาอย่างมาก และวิตามินบำรุงสายตา Visionace สามารถเพิ่มสารสังกะสีให้กับดวงตาของคุณได้มากถึง 150% ในแต่ละวัน

สินค้าพร้อมจำหน่าย:

Visionace วิตามินบำรุงสายตาแนะนำโดย ผู้เชี่ยวชาญทางด้านสายตาของยุโรป

ราคาวิตามินบำรุงสายตา Visionace วันนี้

 >>> รายละเอียดและราคาจากเว็ปหลัก <<<

จะเห็นได้ว่าเราขายราคาใกล้เคียงของแท้จากบริษัทได้กำไรเล็กน้อย ไม่ได้ขายโก่งราคาและบอกว่าที่อื่นขายถูกนั้นเป็นของปลอม

จำนวน/กล่อง
ราคา/กล่อง
รวม
1 กล่อง
600 บาท
600 บาท
2 กล่อง
550 บาท
1,100 บาท

สั่งซื้อวิตามินบำรุงสายตา Visionace

จัดส่งฟรี EMS ทั่วประเทศ!!

ขนาดบรรจุ : 1 กล่อง บรรจุ 30 เม็ด

วิธีรับประทาน :

ทานวันละ 1เม็ด พร้อมอาหารมื้อหลัก พร้อมน้ำอุณหภูมิปกติ หรือน้ำเย็น

** ห้ามรับประทานตอนท้องว่าง

คำเตือน
  • ควรอ่านฉลากวิตามินบำรุงสายตา Visionace ก่อนรับประทาน
  • ไม่ควรรับประทานเกินปริมาณที่แนะนำ
  • ควรขอคำแนะนำจากแพทย์หากคุณตั้งครรภ์
  • ห้ามใช้สำหรับผู้ที่แพ้ถั่วเหลือง

 วิตามินบำรุงสายตา อาหารเสริมบำรุงสายตา

Visionace Plus Omega-3

ผลิตภัณฑ์บำรุงสายตาที่ดีที่สุดจากทวีปยุโรป

รายละเอียดสินค้า วิสชั่นเนส พลัส (Visionace Plus)

Visionace-PLUS-รุ่นใหม่

Visionace Plus เป็นอาหารเสริมด้านสายตาที่ดีอันดับ1 ของทวีปยุโรป ที่จะเข้าไปช่วยรักษาสุขภาพของสายตา ของคุณให้ดียิ่งขึ้น

- Visionace Original tablets.
ประกอบไปด้วย Bilberry,Vitamin A,Lutien, carotenoids, antioxidants.

- Omega-3 capsules* with extra LUTEIN

#1 สูตรยาบำรุงสายตา ที่ดีที่สุด และเป็นอันดับ1  ของทวีปยุโรป

ยา Visionace ได้ผ่านการทดสอบ และได้รับการยอมรับจากผู้เชี่ยวชาญทางด้านสายตา ของทวีปยุโรป ว่าเป็นวิตามินบำรุงสายตาที่ดีที่สุดและสามารถบำรุงสายตาของผู้ใช้ได้เป็นอย่างดี

  • UK’s No1 comprehensive eye formula
  • Britain’s leading supplements for specific life stages
  • The Queen’s Award for Enterprise 2008
  • Used by leading UK optometrists
  • Vitamin A, B2, Zinc & DHA contribute to the maintenance of normal vision & eye health
  • Gluten free
  • No artificial colours or lactose
  • No preservatives, salt or yeast
  • Visionace® Plus has not been tested on animals

มาบำรุงสุขภาพสายตา ให้ดีขึ้นกันด้วย วิตามินบำรุงสายตา Visionace Plus กันเถอะ!

อาหารเสริมบำรุงสายตา Visionace Plus

ในกล่อง Visionace Plus ประกอบไปด้วย Visionace Original 28 เม็ด + Omega-3 28 เม็ด

ใน 1 กล่องประกอบไปด้วย

1.Visionace Original, x28 Tablets

ยา Visionace original Tablet แต่ละเม็ดมีหลากหลายวิตามินและ แร่ธาตุต่างๆ เช่น วิตามิน A,C,E, Bilberry และธาตุสังกะสี มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระเพื่อช่วยปกป้องเลนส์และจอประสาทตาจากความเสียหาย รวมถึง Lutein Esters 12 มิลลิกรัม ที่จะช่วยรักษาสุขภาพจอประสาทตา ได้เป็นอย่้างดี

สูตรของตัวยา Visionace Original ได้รับการทดสอบจากสถาบันวิจัยทั่วโลก และได้รับการยืนยันว่าดีจริงต่อผู้ที่มีปัญหาด้านสายตา

2. Omega-3, x28 capsules

Omega – 3 แคปซูลในแต่ละเม็ด ให้กรดไขมันจำเป็น เช่น DHA (docosahexaenoic acid) และ EPA (eicosapentaenoic acid) สามารถช่วยป้องกันอนุมูลอิสระและรักษาสุขภาพที่จอประสาทตา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสายตาของผู้สูงอายุ

กรดโอเมก้า -3 มีบทบาทสำคัญในโครงสร้างและการทำงานของระบบประสาทตา ที่มาจากน้ำมันปลา เกรดสูงที่ผลิตในประเทศนอร์เวย์ สารอาหารที่ทันสมัยและมีสารต้านอนุมูลอิสระที่จะช่วยรักษาสุขภาพตาของคุณให้มีวิสัยทัศน์ที่ดี การมองเห็นชัดเจน

1 กล่อง 56 = Visionace Original Tablet 28 เม็ด และ Omega-3 แคปซูล 28 เม็ด

วิตามินบำรุงสายตา Visionace ได้รับรางวัล THE QUEEN’S AWARDS FOR ENTERPRISE.

Queens_Award

ราคาวิตามินบำรุงสายตา Visionace Plus วันนี้

>>> รายละเอียดและราคาจากเว็ปหลัก <<<

จะเห็นได้ว่าเราขายราคาใกล้เคียงของแท้จากบริษัทได้กำไรเล็กน้อย ไม่ได้ขายโก่งราคาและบอกว่าที่อื่นขายถูกนั้นเป็นของปลอม

จำนวน/กล่อง
ราคา/กล่อง
รวม
1 กล่อง
1,000 บาท
1,000 บาท
2 กล่อง
900 บาท
1,800 บาท!!

สั่งซื้อวิตามินบำรุงสายตา Visionace

จัดส่งฟรี EMS ทั่วประเทศ!!

 

พัฒนาและวิจัยโดย :

Prof. A. H. Beckett OBE, PhD, DSc.
Professor Emeritus, University of London.
Fish oil produced in Norway

วิธีการรับประทาน

- ทาน Visionace Original Tablet 1 เม็ด/วัน และ Omega Capsule 1 เม็ด/วัน เช่นกัน

- ทานพร้อมกับน้ำเปล่า หลังอาหาร ห้ามเคี้ยวก่อนกลืน และห้ามรับประทานเกินกำหนด

คำแนะนำ** อย่ารับประทานอาหารเสริมบำรุงสายตา Visionace Plusนี้ ตอนที่ท้องว่างครับให้ทานตอนที่ท้องยังมีอาหารอยู่ครับ

*** วิตามินบำรุงสายตา Visionace Plus นี้ เหมาะสำหรับบุคคลที่ใช้ คอนแทคเลนส์ และจะไม่ส่งผลกระทบต่อ อาการสายตาสั้น สายตายาว และสายตาเอียง สามารถทานต่อเนื่องไปเรื่อยๆได้ เท่าที่จำเป็นครับ

หมายเหตุ -
ขอคำแนะนำจากแพทย์ ถ้าคุณกำลังตั้งครรภ์ หรือคุณมีอาการแพ้อาหารมาก่อน และอย่ารับประทาน Visionace Plus ถ้าคุณแพ้ผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจากถั่วเหลือง และปลา

การเก็บรักษา Visionace Plus
ให้เก็บไว้ในที่แห้ง และอุณหภูมิต่ำกว่า 25 องศา และเก็บไว้ให้ห่างไกลจากมือเด็ก

ตารางสารอาหารของ Visionace Plus

Visionace® Plus

Formula

Nutritional Information Average per tablet % EC RDA*
Vitamin A (1000IU) 300 µg RE 38
Vitamin D (100IU) 2.5 µg 50
Vitamin E (Natural Source) 60 mg α-TE 600
Vitamin C 150 mg 250
Vitamin B1 (Thiamin) 12 mg 857
Vitamin B2 (Riboflavin) 4.8 mg 300
Vitamin B3 (Niacin) 18 mg NE 100
Vitamin B6 10 mg 500
Folacin (as folic acid) 400 µg 200
Vitamin B12 9 µg 900
Pantothenic Acid 20 mg 332
Iron 6 mg 42
Magnesium 50 mg 16
Zinc 15 mg 100
Iodine 100 µg 66
Copper 1000 µg
Manganese 4 mg
Selenium 150 µg
Chromium 50 µg
Natural Mixed Carotenoids 3 mg
Citrus Bioflavonoids 15 mg
Bilberry Extract equiv. to 60 mg
Lutein Esters 4 mg
Omega-3 Average per capsule % RDA
Omega-3 Fish Oil 600 mg
     Providing:
     DHA
(Docosahexaenoic acid)
300 mg
     EPA
(Eicosapentaenoic acid)
60 mg
Lutein Esters 8 mg
*RDA = Recommended Daily Allowance, µg = microgram
mg = milligram, IU = International Units, †United Statess Pharmacopeia

อาการผิดปกติทางสายตาและกายหลายชนิดที่เกิดหลังการใช้Computer

หรือนัยหนึ่งว่า อาการหลายชนิดนั้นน่าจะเกิดจากการใช้คอมพิวเตอร์ เรียกกันว่า “Computerซินโดรม (Computer syndrome) ” ซึ่งยกตัวอย่างเช่น ท่าทางผิดปกติทางกายหลายชนิด ซึ่งมีหลายอาการในเวลาเดียวกัน จึงมักเรียกว่า เป็นกลุ่มอาการ(syndrome) เช่น ปวดศีรษะ ปวดเมื่อย ปวดหลัง ปวดไหล่ ปวดต้นคอ เจ็บแขน รวมทั้งอาการผิดปกติทางตา

หากแยกออกมาพูดถึงเฉพาะอาการทางตา จะเรียกว่า “ โรค หรือ ภาวะ คอมพิวเตอร์วิเชินซินโดรม (Computer vision syndrome)” เรียกย่อว่า โรค หรือ ภาวะ ซีวีเอส (CVS) นั่นเอง ซึ่งต่อไปในบทนี้ ขอเรียกว่า โรคซีวีเอส

โรคซีวีเอสนี้พบได้ถึงประมาณ 80% ของมนุษย์ที่ใช้คอมพิวเตอร์ โดย เฉพาะในผู้ที่มีอายุมากกว่า 40 ปีขึ้นไป อาการอาจเป็นเพียงเล็กน้อย ไม่บั่นทอนการทำงาน หรือเมื่อพักการใช้คอมพิวเตอร์ชั่วประเดี๋ยว อาการต่างๆก็หายไปได้เอง หรือบางท่านอาจต้องว่างเว้นการใช้งานไปเป็นวัน อาการก็หายไปเอง แต่บางท่าน อาจต้องใช้ยาระงับอาการ หรือบางท่านก็เลิกใช้คอมพิวเตอร์ไปเลยก็มี

โรคตาที่มากับคอมพิวเตอร์

โรคตาที่มากับComputerมีอาการอย่างใด?

อาการทางตาที่เด่นและพบเป็นประจำที่สุดของ โรคซีวีเอส คือ แสบตา เคืองตา ตาแห้ง เมื่อยตา สู้แสงไม่ได้ บางรายเป็นมากถึงขั้นรู้สึกตาพร่ามัว ปวดตา ปวดกระบอกตา อาการดังกล่าวอาจเป็นน้อยบ้าง มากบ้าง แตกต่างกันในระหว่างบุคคล ส่วนมากจะเป็นอาการก่อความระคาย ไม่สบายตา บั่นทอนการทำงาน แต่ไม่ถึงกับทำให้ตามัวลงอย่างถาวร

โรคตาที่มากับคอมพิวเตอร์เกิดจากเหตุใด?

โรคซีวีเอส มีสาเหตุได้จาก

ธรรมดาคนเราทุกคนจะต้องกระพริบตาอยู่ตลอดเวลา เพื่อเกลี่ยน้ำตาให้คลุมผิวตาให้ทั่ว โดยมีอัตรากระพริบตาปกติ ราว 20 ครั้งต่อนาที แต่หากเราอ่านหนังสือ ตาต้องจับอยู่ที่ตัวหนังสือ อัตราการกระพริบตาจึงลดลง โดยเฉพาะการจ้องหน้าคอมพิวเตอร์จะกระพริบตาลดลงกว่า 60เปอร์เซ็น ทำให้ผิวตาแห้ง แสบตา เคืองตา คันตามีแสงจ้าและแสงสะท้อนจากจอComputerกระทบตา แสงไฟในห้องไม่พอเหมาะพอควรมีไฟส่องหน้าผู้ใช้ หรือแม้แต่แสงสว่างจากหน้าต่างสะท้อนเข้าตา แสงจ้าและแสงสะท้อนทำให้เมื่อยล้าตาได้ง่าย

คลื่นแสงที่หน้าจอ (Refresh rate) ทำให้ภาพบนจอออกเป็นแสงกระพริบ ภาพที่เกิดหน้าจอเกิดจากจุดเล็กๆ หลายจุดที่เรียกกันว่า พิเซล (Pixel) ซึ่งมาจากคลื่นไฟฟ้าในเครื่องวิ่งไปชนกับพื้นหลังของจอที่เคลือบด้วย ฟอสฟอรัส (Phosphorus) ลักษณะของพิเซล แต่ละจุดมีความสว่างไม่เท่ากัน สว่างมากตรงกลางและจางลงบริเวณขอบๆ จึงเห็นเป็นภาพกระพริบ ก่ออาการเคืองตาเมื่อต้องจ้องอยู่ตลอดเวลาได้ ถ้าปรับ Refresh rate ให้ได้ขนาด 70– 85 Hz(hertz) แสงกระพริบจะลดลง ยิ่งไปกว่านั้น ตาคนเราปรับโฟกัสให้เห็นภาพขนาดต่างๆกันได้ดีในภาพที่มีขอบเขตชัดเจน มีความแตกต่างคมชัดที่ดี แต่ภาพจากคอมพิวเตอร์ขอบเขตไม่ชัด ทำให้ตาต้องปรับโฟกัสอยู่เรื่อยๆ จึงเกิดการเมื่อยล้าตาได้ง่ายกว่าการอ่านหนังสือปกติมาก

การจัดวางComputerไม่ควร ใกล้ หรือ ไกลสายตามากเกินไป

สายตาผิดปกติที่มีอยู่เดิมก่อนแล้ว ซึ่งโดยการทำงานตามปกติไม่ก่อให้เกิดอาการ แต่ถ้ามาทำงานหน้าจอComputerจะก่ออาการเหนื่อยล้าตาได้

บางรายมีโรคตาบางอย่างประจำตัวอยู่ เช่น ต้อหินเรื้อรัง ม่านตาอักเสบ เยื่อบุตาอักเสบเรื้อรัง ตลอดจนโรคทางกาย เช่น ไซนัสอักเสบ หวัด ภูมิแพ้เรื้อรัง หรือ ร่างกายอ่อนเพลีย เมื่อต้องปรับสายตามากเวลาใช้คอมพิวเตอร์ จึงก่อให้เกิดอาการเมื่อยตาได้ง่าย

การทำงานจ้องจอภาพนานเกินไป ไม่ว่าจะเกิดจากงานเร่ง หรือมีหน้าที่อยู่หน้าจออย่างเดียว ย่อมเกิดอาการทางตาได้ง่ายจากการเกร็งกล้าม เนื้อตาตลอดเวลา

โรคตาที่มากับComputer

แก้ไข และป้องกันโรคตาที่มากับComputerได้อย่างไร?

การปรับปรุงและดูแล โรคซีวีเอส คือ

ฝึกฝนกระพริบตาขณะทำงานหน้าจอทุก 1-2 ชั่วโมง หรือ บ่อยกว่านี้ และหากแสบตามาก อาจใช้น้ำตาเทียมช่วย (ปรึกษาแพทย์ หรือ เภสัชกรก่อนใช้ยาเสมอ)

ปรับห้องและบริเวณทำงาน อย่าให้มีแสงสะท้อนจากหน้าต่าง จากหลอดไฟบริเวณเพดานห้อง อย่าให้แสงสะท้อนเข้าตา อย่าให้จอภาพหันเข้าหน้าต่าง การใช้แผ่นกรองแสงวางหน้าจอ หรือใส่แว่นกรองแสง (ปรึกษาหมอตาก่อน) อาจลดแสงสะท้อนเข้าตาได้บ้าง

จัดวางComputerให้ลงตัว ในระยะทำงานพอเหมาะที่ตามองได้สบายๆ โดยเฉลี่ยระยะจากตาถึงจอภาพควรเป็น 0.45 ถึง 0.50 เมตร จอภาพควรตั้งสูง 0.72-0.75 เมตร เหนือพื้นห้อง ปรับเก้าอี้นั่งให้พอเหมาะ ให้ตาอยู่สูงจากพื้นโดยเฉลี่ย 1.0–1.15 เมตร ตาควรอยู่สูงกว่าขอบบนของจอภาพเล็กน้อย โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่ใช้แว่นตา 2 ชั้น จะต้องตั้งจอภาพให้ต่ำกว่าระดับตาเพื่อจะได้ตรงกับเลนส์แว่นตาส่วนที่ใช้มองใกล้ นอกจากนั้น การตั้งจอภาพให้ต่ำกว่าตาจะทำให้ผู้ใช้ไม่ต้องแหงนหน้ามอง ซึ่งการแหงนหน้านานๆ ทำให้ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อคอและหัวไหล่ได้ง่าย

อนึ่งผู้สูงอายุ ถ้าต้องใช้คอมพิวเตอร์นานๆต่อเนื่อง ควรปรึกษาจักษุแพทย์พิจารณา ใช้แว่นตาเฉพาะดูได้ทั้งระยะอ่านหนังสือ ระยะจอภาพ และระยะไกล เป็นกรณีพิเศษ

หากมีสายตาผิดปกติหรือโรคตาบางอย่างอยู่ ควรแก้ไขและรักษาโรคตาที่เป็นอยู่ควบคู่ไปด้วย

หากงานในหน้าที่ต้องอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ทั้งวัน ทุก 1–2 ชม. ควรมีการพักสายตา โดยละสายตาจากหน้าจอ แล้วมองออกไปไกลๆ หรือหลับตาสักระยะหนึ่ง แล้วค่อยกลับมาทำงานใหม่ หากเป็นไปได้ ควรทำงานหน้าจอ ภาพวันละ 4 ชม. เวลาที่เหลือไปทำงานอื่นบ้าง

***แนะนำวิตามินบำรุงสายตา Visionace ช่วยบำรุงสายตาได้ดีมาก และช่วยป้องกันหรือแก้ไขโรคสายตาได้หลายอย่าง

ควรพบจักษุแพทย์เมื่อไหร่?

อาการของโรคซีวีเอส แม้ว่าส่วนใหญ่จะไม่รุนแรง แต่ก็ก่อให้เกิดความรำคาญใจ ศักยภาพของงานลดลง หากได้รับการแก้ไขจะทำให้ทำงานมีความสามารถมากขึ้น ทำงานอย่างเป็นสุขขึ้นและวิธีการแก้ไขปัญหาส่วนใหญ่ทำได้ไม่ยาก ดังนั้น เมื่อใช้งานComputer แล้วมีอาการทางตา ควรปรึกษาจักษุแพทย์เสมอเพื่อหาสาเหตุ ก่อนสรุปว่า เป็นอาการเกิดจากใช้งานComputer เพราะดังกล่าวแล้วว่า อาจมีโรคทางตาอื่นๆร่วมอยู่ด้วยได้

สาหร่ายแดง Bio-Life Astaxantin

สวัสดีครับ ตอนนี้ผมเจอสินค้าอีก 1 ตัวคือสาหร่ายแดง Bio-Life Astaxantin ที่สามารถช่วยบำรุงสายตาได้ดี และยังช่วยบำรุงผิวพรรณร่างกายให้หล่อและสวยขึ้นได้อีกด้วย ^^

สาหร่ายแดง นั้นมีสรรพคุณอย่างนึงที่ช่วยทำให้การมองเห็นดี มองชัดขึ้น เพราะสารแอสต้าแซนธิน (Astaxanthin) และสารลูทีน (Lutein) สามารถถูกดูดซึมไปเลี้ยงเบ้าตาที่อาหารเสริมตัวอื่นไม่สามารถทำได้ มาดูรายละเอียดเต็มๆของสินค้าตัวนี้ หรือ สาหร่ายแดง ยี่ห้อ Bio-Life Astaxanthin ตัวนี้กันครับ

สาหร่ายแดง Bio-life astaxanthin จากแสกนดิเนเวีย

คุณสมบัติ ช่วยต้านอนุมูลอิสระและชะลอวัย ทำให้เซลล์ผิวหนังมีชีวิตชีวา เพิ่มความคงทนของกล้างเนื้อ บำรุงสุขภาพตาให้แข็งแรง ช่วยลดริ้วรอย ลดความหย่อนคล้อย ชวยเสริมความชุ่มชื้นให้กับผิวหนัง รักษาเซลล์ทั้งข้างในและด้านนอก ช่วยทำให้คอลลาเจนในร่างกายผลิตขึ้นอย่างสมบูรณ์ไม่ถูกทำลายโดยอนุมูลอิสระ ทานแล้วจะช่วยทำให้คุณดูเด็กลงและงดงามขึ้นแน่นอน!!

อนุมูลอิสระคือโมเลกุลที่ไม่เสถียร มีความว่องไวสูง เพื่อให้ตัวเองเสถียรจะต้องแย่งอิเล็คตรอนจากเซลล์อื่น ทำให้เซลล์เกิดความเสียหาย ผลที่ตามมาคือ ริ้วรอย ความหย่อนคล้อย ผิวความความชุ่มชื้น และโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ อนุมูลอิสระเกิดได้จากระบบการเผาผลาญในร่างกายเอง หรือจายภายนอก เช่น ความเครียด, อาหารปิ้งย่าง, รังสี UV จากแสงแดด, ควันบุหรี่ ,มลพิษ เป็นต้น

สารต้านอนุมุลอิสระ คือสารที่จะหยุดวิธีการทำลายเซลล์จากอนุมูลอิสระ สารต้านอนุมูลอิสระที่รู้จักกันดี และใช้กันอยู่ในช่วงปัจจุบันคือ วิตามินอี วิตามินซี โคเอนไซม์ คิวเท็น กรดแอลฟ่าไลโปอิก เป็นต้น

ใหม่!! แอสตาแซนทีนที่มีประสิทธิภาพดีที่สุดมีความสามารถในการต้านอนุมูลอิสระได้แรกกว่าวิตามินซี 6000เท่า! ดีกว่าโคเอนไซม์คิวเทน 800เท่า! ดีกว่าวิตามินอีและชาเขียว 550เท่า! ดีกว่ากรดแอลฟ่าไลโปอิก 75เท่า! ดีกว่าแบต้าแคโรทีน 40เท่า! และดีกว่าสารสกัดจากเมล็ดองุ่น 17เท่า!.

แอสตาแซนทีน – The King of Antioxidant

เป็นสารในตระกูลแคโรทีนอยด์ พบได้ในสาหร่ายสีแดง Haematococcus Pluvialis ร่างกายไม่สามารถสร้างสารชนิดนี้ได้ อำนาจในการต้านสารอนุมูลอิสระเหนือกว่าตัวอื่นๆ เกิดจากเค้าโครงทางโมเลกุลที่จำเพาะของแอสตาแซนทีน ทำให้สามารถป้องกันผนังเซลล์ทั้งด้านในและด้านนอก เปรียบเสมือนทหารที่คอยปปกป้องเซลล์ จึงมีส่วนสำคัญทำให้คอลลาเจนและอิลาสตินถูกสร้างขึ้นอย่างสมบูรณ์ เป็นผลให้เซลล์ผิวแข็งแรงและประโยชน์อีกหลายอย่างทางด้านสุขภาพ เช่น เพิ่มความทนทานของกล้ามเนื้อ สุขภาพตา เป็นต้น

แอสตาแซนทีนกับการชะลอวัย

มีผลงานวิจัยที่แสดงให้เห็นชัดว่า การรับประทานแอสตาแซนทีน ขนาด 4 มิลลิกรัม ต่อเนื่อง 6 สัปดาห์ ในหญิงวัยกลางคนพบว่ากลุ่มที่รับประทานแอสตาแซนทีน มีริ้วรอยแลดูจางลง ความชุ่มชื้นและความยืดหยุ่นของผิวดีขึ้นมากกว่า 50เปอร์เซ็น เมื่อเทียบกับก่อนรับประทานแอสตาแซนทีน “ซึ่งอาจเป็นผลจากแอสตาแซนทีนที่สามารถปกป้องคอลลาเจนไม่ให้ถูกทำลายโดยอนุมูลอิสระได้”

ผลทางด้านความปลอดภัย

มีการทดลองทางคลีนิค โดยมีการรับประทานแอสตาแซนทีนมากถึง 45 มิลลิกรัมทุกวัน เป็นเวลา 4 สัปดาห์ติดต่อกัน โดยไม่พบความผิดปกติใดๆ และจากการทดสอบสารเคมีในเลือดและในปัสสาวะ ไม่พบความผิดปกติใดๆ การค้นหาเอกสารทางวิชาการทั่วโลกนั้นไม่พบรายงานที่มีผลข้างเคียงในทางลบ

Bio-Life astaxanthin เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ทรงพลัง สารสกัด สาหร่ายแดง จากแสกนดิเนเวีย ช่วยลดริ้วรอย ลดความหย่อนคล้อย ชวยเสริมความชุ่มชื้นให้กับผิวหนัง ปกป้องเซลล์ทั้งด้านในและด้านนอก ช่วยทำให้คอลลาเจนในร่างกายผลิตขึ้นอย่างสมบูรณ์ไม่ถูกทำลายโดยอนุมูลอิสระ ทานแล้วจะช่วยทำให้คุณดูเด็กลงและสวยขึ้นแน่นอน!!

สาหร่ายแดง bio-life 1 เม็ดเทียบเท่า
วิตามินซี 1,000 มก. หรือ 24 เม็ด !!
โคเอ็นไซม์ คิวเท็น 50 มก หรือ 64 เม็ด!!

ลองทดสอบวันนี้ด้วยตัวของคุณเองดูครับ สำหรับตัวผมแล้วคิดว่าเหมาะกับคนหนุ่มสาว ที่ต้องใช้สายตาเพ่งเล็งคอมพิวเตอร์ มือถือ แท็บเบล็ท (บางคนอาจจะเพ่งเกือบทั้งวัน อิอิ) ทำให้เสียสายตา และ สาหร่ายแดง Bio-life นี้ยังช่วยได้ทั้งบำรุงสายตาและบำรุงผิวพรรณให้หล่อและสวยขึ้นได้อีกด้วย!!

ขนาดบรรจุ 100 แคปซูล

ราคาพิเศษ กระปุกละ 1,990 บาทเท่านั้น!!

 

อภิชาติ แสงเนตร

 

สั่งซื้อ สาหร่ายแดง Bio-life

กระทรวงสาธารณสุขย้ำเตือนคนปิดไฟดูทีวี สมาร์ทโฟนในความมืด เสี่ยงเกิดโรค “เทคโนโลยีซินโดรม” สร้างความเครียดผู้ใช้ ทำให้ความดันในลูกตาสูง เสี่ยงอันตรายเกิดโรคต้อหินถึงขั้นตาบอดได้ แนะอายุ 40 ปี พบจักษุแพทย์ปีละ 1 ครั้ง เพื่อตรวจหาหาโรคต้อหิน โดยเฉพาะผู้ป่วยเบาหวาน ล่อแหลมต่อการเกิดโรคนี้สูงกว่าคนทั่วไป 5-7 เท่าตัว

facebook-eye

เมื่อวันที่ 5 มี.ค. 57 นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า วันที่ 6 มีนาคมของทุกปี เป็น “วันต้อหินโลก” ซึ่งโรคต้อหิน (Glaucoma) เป็นมูลเหตุตาบอดอันดับ 2 ของโลก รองจากตาต้อกระจก ประมาณการว่า มีคนตาบอดทั่วโลก 4.5 ล้านคน และจะเพิ่มขึ้นถึง 11.2 ล้านคน ในปี พ.ศ.2563 ผู้ป่วยโรคต้อหินส่วนใหญ่ร้อยละ 90 มักจะไม่ค่อยรู้ตัวมาก่อน เหตุเพราะโรคต้อหินมีอาการค่อยเป็นค่อยไป ดังนั้น องค์กรต้อหินโลก (World Glaucoma Association) ซึ่งมีสมาชิกที่เป็นชมรม หรือสมาคมแพทย์ต้อหินจากกว่า 75 ประเทศทั่วโลก จึงได้รณรงค์ให้ทราบถึงอันตรายของโรคต้อหิน เพื่อป้องกันไม่ให้ตาบอดและเสียการมองเห็น นอกจากนี้ ยังให้ตระหนักถึงความสำคัญของการตรวจตา และการดูแลถนอมดวงตาให้เป็นปกติให้ได้นานมากที่สุด

สำหรับประเทศไทย ข่าวจากสถิติสาธารณสุข ปี 2555 พบผู้ป่วยโรคต้อหิน ทั่วประเทศ 17,687 ราย ชายหญิงพอๆ กัน พบมากสุดที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 4,831 ราย ภาคกลาง 4,352 ราย กรุงเทพมหานคร 3,486 ราย ภาคเหนือ 3,084 ราย และภาคใต้ 1,934 ราย โดยในคนปกติทั่วไปที่อายุ 40 ปีขึ้นไป มีโอกาสเป็นโรคต้อหินประมาณร้อยละ 1 ส่วนผู้ที่เป็นโรคเบาหวานมีโอกาสเป็นต้อหินมากถึงร้อยละ 5-7 หรือมากกว่าคนปกติ 5-7 เท่าตัว แนวโน้มผู้ป่วยโรคนี้ จะมากขึ้นตามจำนวนผู้ป่วยเบาหวาน ซึ่งขณะนี้ไทยมีประมาณ 3.5 ล้านคน ได้กำชับให้โรงพยาบาลทั่วประเทศ รณรงค์ให้ผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป พบจักษุแพทย์เพื่อตรวจตาปีละ 1 ครั้ง และผู้มีอายุ 60 ปีขึ้นไป พบจักษุแพทย์ปีละ 2 ครั้ง เพื่อตรวจหาโรคแต่เนิ่นๆ จะช่วยลดปัญหาการสูญเสียการมองเห็นจากโรคต้อหินได้ จัดบริการตรวจตาให้ผู้ป่วยเบาหวานทุกราย เพื่อค้นหาโรคและรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ

ทางด้าน นพ.ฐาปนวงศ์ ตั้งอุไรวรรณ ผู้เชี่ยวชาญโรคตาประจำโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า จ.นนทบุรี กล่าวว่า โรคต้อหิน เป็นกลุ่มโรคของดวงตา โรคนี้จะมีการทำลายของเส้นประสาทตาจากหลายสาเหตุ ที่สำคัญคือ เกิดจากความดันในลูกตาสูง ทั้งจากการสร้างน้ำในลูกตามากเกินไป หรือระบายออกน้อยเกินไป ซึ่งอาจเกิดขึ้นอย่างเฉียบพลัน หรือค่อยๆ เพิ่มขึ้นอย่างช้าๆ คนเป็นจะไม่รู้ตัว ขึ้นกับชนิดของต้อหิน แล้วมีผลให้ลานสายตาแคบลงเรื่อยๆ จนสูญเสียการมองเห็นไปในที่สุด ปัจจุบันมีเทคโนโลยีที่ทันสมัยในการรักษาโรคนี้และได้ผลดี ทั้งการใช้ยาหยอดตา เลเซอร์ ผ่าตัด มีเครื่องมือที่สอดไปเพื่อระบายน้ำในลูกตา อย่างไรก็ตาม ขึ้นอยู่กับการตรวจและให้การรักษาอย่างทันท่วงทีเป็นเรื่องสำคัญมาก หากปล่อยทิ้งไว้จนสูญเสียการมองเห็น แม้จะรักษาความดันได้เป็นปกติ แต่สายตาจะไม่กลับคืนเป็นปกติ หรือเรียกว่า สูญเสียอย่างถาวร หากบอดแล้วบอดเลย หรือตาพร่ามัวตลอดชีวิต

“ที่น่าห่วงเป็นอย่างยิ่งในขณะนี้ พบว่า สาเหตุสำคัญของการเกิดโรคต้อหิน อีกอย่างหนึ่งคือความเครียด ทำให้เกิดความดันลูกตาขึ้นได้ ซึ่งขณะนี้ประชาชนมีการใช้เทคโนโลยีมากขึ้นทั้งคอมพิวเตอร์ มือถือ โทรทัศน์ จนทำให้เกิดปัญหาที่เรียกว่า เทคโนโลยีซินโดรม ซึ่งเทคโนโลยีซินโดรม ไม่ได้ทำให้เกิดจุดรับภาพจอตาเสื่อม หรือตาบอด แต่จะทำให้เกิดความล้าของสายตา ตาแห้ง เนื่องจากต้องใช้สายตาเพ่งที่ภาพ หรือตัวอักษรที่มีขนาดเล็กและอยู่ในจอ การเพ่งจะทำให้ม่านตาขยายใหญ่ขึ้นกว่าปกติ โดยเฉพาะผู้ที่นิยมปิดไฟดูทีวี เล่นสมาร์ทโฟน ไอแพด มีแอพพลิเคชั่นมากๆ ไม่ว่าจะเป็นเฟชบุ๊ก หรือไลน์ต่างๆ การส่องไฟฉายอ่านหนังสือ จะมีความเสี่ยงเกิดเทคโนโลยีซินโดรมได้ง่าย เพราะต้องใช้สายตากำกับตลอดเวลา จะทำให้กล้ามเนื้อตาล้า ตาแห้ง เครียดตลอดเวลา ยิ่งรายละเอียดเยอะ ตายิ่งทำงานหนัก” นพ.ฐาปนวงศ์ กล่าว

นพ.ฐาปนวงศ์ กล่าวอีกว่า การใช้เทคโนโลยีมาก ไม่ว่าจะดูเพื่อความบันเทิง ดูข่าวสารทั่วโลกนาน คุยกัน ความระทึกต่างๆ จะทำให้ผู้ใช้เกิดความเครียด โดยอาการเตือนของความเครียด จะเริ่มรู้สึกแสบตา ตาแห้ง น้ำตาไหล กะพริบตาบ่อย ปวดเมื่อยล้าที่กระบอกตา สายตาพร่า มองเห็นไม่ชัด บางคนมีอาการปวดศีรษะไมเกรนร่วมด้วย วิธีรักษาด้วยตนเอง สามารถทำได้ง่ายๆ คือให้นอนหลับเป็นเวลา 7 ชั่วโมงเป็นอย่างต่ำ ซึ่งจะเป็นการรักษาที่ให้ผลดีที่สุด และดื่มน้ำบ่อยๆ เพื่อเพิ่มน้ำให้ตาให้ชุ่มชื้นขึ้น หรือทำประคบเย็น โดยให้ใช้ผ้าขนหนูหนา หรือผ้าเช็ดหน้าพับ 3 ส่วน นำไปแช่น้ำที่มีน้ำแข็งจนเย็น บิดหมาดๆ วางปิดตั้งแต่ขมับให้ทับพาดผ่านดวงตา เว้นสันจมูก ไปถึงขมับอีกข้าง ถ้าเย็นเกินไปให้เอาออก หากหายเย็นให้นำไปแช่น้ำเย็นใหม่อีกครั้ง ติดต่อกันอย่างน้อย 20 นาที พัก 1 นาที วันละ 2 หน จะช่วยลดความเครียด เพิ่มความชุ่มชื้นให้ดวงตา นอกจากนี้ ควรเปิดไฟดูทีวี การอ่านหนังสือในที่แสงสว่างเพียงพอ ดีที่สุดควรใช้เทคโนโลยีเท่าที่จำเป็น ใช้ให้ปลอดภัย เหมาะสม คือใช้นานประมาณ 25 นาที และให้พัก 5 นาที หรือใช้นาน 30 นาที และพัก 10 นาที เปลี่ยนอิริยาบถสลับกันไป จะช่วยได้ให้เหมาะสม ถ้าไม่จำเป็นอย่ายุ่งกับเทคโนโลยี ให้ควบคุมใจตัวเอง

ทั้งนี้ ผลการสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ปี 2551 พบคนไทย อายุ 6 ปีขึ้นไป ดูทีวี 57 ล้านคน และล่าสุด ปี 2555 คนไทยใช้คอมพิวเตอร์  21 ล้านกว่าคน ใช้โทรศัพท์มือถือ 44 ล้านกว่าคน และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ในกรุงเทพมหานครมากที่สุดร้อยละ 84 ภาคกลางร้อยละ 75  ภาคเหนือร้อยละ 68 ภาคใต้ร้อยละ 67 ต่ำสุดภาคตะวันออกเฉียงเหนือร้อยละ 64

ถ้าคนไหนสายตามึนๆ มองไม่ค่อยชัด ภาพเบลอๆ วิตามินบำรุงสายตาVisionace ช่วยคุณได้ครับ

ที่มา : หนังสือพิมไทยรัฐ

EPA และ DHA คืออะไร?

EPA-DHA

กรดไขมันที่สำคัญที่สุดในหมวด Omega 3 ได้แก่ EPA ( Eicosapentaenic acid ) และ DHA ( Docosacexaenoic acid ) ทั้ง EPA และ DHA ต่างมีความจำเป็นต่อการก่อสร้างพร้อมทั้งซ่อมเซลล์ รวมถึงการสร้างความเข้มแข็งให้กับเซลล์ ร่างกายของเราประกอบขึ้นด้วยเซลล์มากมาย เพราะฉะนั้น การได้รับสารทั้ง2 ตัวที่บอกมาแบบไม่เพียงพอจะมีผลกระทบต่อทุกส่วนของร่างกาย รวมไปถึงกระดูก เลือด อวัยวะ ผิวหนัง ผม และสุขภาพจิตใจของเราด้วย คลิ๊กที่นี่เพื่ออ่านต่อครับ »

Omega-3 คืออะไรและมีประโยชน์อย่างไร?

Omega3-โอเมก้า3

เนื่องจาก วิตามินบำรุงสายตา Visionace Plus นั้นมีตัวยา Omega-3 เพิ่มมาอีก 1 ตัวในกล่อง ซึ่งแตกต่างกับ Visionace Original วันนี้ผู้เขียนเว็ปจึงนำรายละเอียดของ Omega-3 มาอธิบายให้ผู้อ่านเข้าใจ ก่อนตัดสินใจว่าจะเลือกซื้อ  วิตามินบำรุงสายตา Visionace ตัวไหนดี

visionace_product

Visionace-plus

คลิ๊กที่นี่เพื่ออ่านต่อครับ »

ธาตุสังกะสี  (zinc)

zinc_logo

 

หน้าที่และประโยชน์ที่สำคัญของสังกะสี คือการร่วมมือกันกับวิตามินเอ ซึ่งเป็นวิตามินบำรุงสายตาอีกชนิด โดยการไปเสริมแรงของวิตามินเอ ให้สามารถดูแลดวงตาไม่ให้เป็นโรคตาบอดตอนกลางคืน ดังนั้นหากเรามีอาการตาบอดตอนกลางคืน นอกจากการกินวิตามินเอแล้ว ควรทานสังกะสีเพื่อเสริมแรงให้กับวิตามินเอนั่นเอง

สังกะสีมีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ จากการศึกษาพบว่ามีส่วนช่วยในการทำให้จอประสาทตาเสื่อมที่เป็นอยู่แล้วเป็น ช้าลง แร่ธาตุสังกะสีมีความสำคัญมากต่อการทำงานของ Rhodopsin ซึ่งเป็นโปรตีนที่เกี่ยวข้องกับการทำงานในส่วนของการมองเห็น หากร่างกายขาดธาตุสังกะสีที่จะมาจับกับโปรตีนดังกล่าว ก็จะทำให้โปรตีนนี้สลายตัวและส่งผลให้เกิดอาการคล้ายกับโรคทางพันธุกรรมที่ จะนำไปสู่อาการของตาบอดหรือมองไม่เห็นได้ การรักษาโรคตานั้น วิธีหนึ่งคือ พยายามทำให้มีปริมาณความเข้มข้นของธาตุสังกะสีที่เรตินาหรือจอรับภาพ เพื่อให้สามารถจับกับโปรตีนที่ทำงานเกี่ยวกับการมองเห็นได้

ปริมาณ ธาตุสังกะสีที่แนะนำให้รับประทานในแต่ละวัน คนอายุน้อยกว่า 1 ปี วันละ 3–5 มิลลิกรัม อายุ 1-10 ปี วันละ 10 มิลลิกรัม อายุ 11 ปีขึ้นไป วันละ 15 มิลลิกรัม สตรีในระยะตั้งครรภ์ ปริมาณที่แนะนำวันละ 20–25 มิลลิกรัม และสตรีในระยะให้นมบุตร วันละ 25–30 มิลลิกรัม

อาหารที่มีธาตุสังกะสีเยอะ

ทั้งนี้ร่างกายมนุษย์ไม่สามารถสร้างหรือสังเคราะห์ธาตุสังกะสีได้เอง จำเป็นต้องบริโภคอาหารเพื่อให้ได้รับธาตุดังกล่าว ซึ่งแหล่งอาหารตามธรรมชาติที่มีปริมาณธาตุสังกะสีสูง ได้แก่เนื้อสัตว์ ตับ อาหารทะเล โดยเฉพาะหอยนางรมเป็นแหล่งธาตุสังกะสีที่ดี เพราะดูดซึมง่ายกว่าพวกพืชผัก และมีการวิจัยพบว่าอาหารจำพวกเนื้อเมื่อถูกย่อยเป็นกรดอะมิโนจะมีส่วนช่วย ให้ร่างกายดูดซึมธาตุสังกะสีได้ดีขึ้น

oysters

วิตามินบำรุงสายตา vitaminA
วิตามินเอ เป็นวิตามินบำรุงสายตาที่สำคัญ มีส่วนประกอบสำคัญของ “คอร์เนีย” และยังมีผลต่อการเจริญเติบโต การสร้างกระดูก และระบบสืบพันธุ์ นอกจากนี้ ยังป้องกันการติดเชื้อระบบทางเดินอาหาร ระบบทางเดินหายใจ และระบบขับปัสสาวะ ทำให้ผิวและผมแข็งแรง บำรุงสายตา และแก้โรคตามัวตอนกลางคืน (Night Blindness)

 

วิตามินเอ แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มความรู้ทั่วไปของวิตามินเอ

1.    อยู่ในรูปแบบวิตามินอยู่แล้ว (Preformed Vitamin A)หรือเรียกว่า Retinol ซึ่งได้มาจากเนื้อสัตว์ เช่น น้ำมันตับปลา อาหารประเภทเนื้อ  ไข่  ตับและเครื่องใน

2.    กำลังจะเป็นวิตามินเอ (Provitamin A) หรือเรียกว่า เบต้า-แคโรทีน  (beta-carotene) เป็นสารที่มาจากพืช  ซึ่งเป็นสารต้นกำเนิดของวิตามินเอ เมื่อเข้าสู่รางกายจะเปลี่ยนเป็นวิตามินเอ พบมากในพืชสีเขียวและสีเหลือง  ผักสีต่างๆ เช่น แครอท ผักโขม
คุณค่าของ วิตามินเอ เป็นที่รู้กันดีว่า คุณค่าทางโภชนาการ ของ วิตามินเอ นั้นจะช่วยให้มีสายตาที่เป็นปรกติ เนื่องจากวิตามินเอ จะช่วยในการบำรุงสายตา ช่วยให้ตาสามารถปรับสภาพในที่มืดได้ดี หรือช่วยป้องกัน โรคตาบอดในตอนกลางคืน และทำให้มองเห็น ในที่มืดได้ดีขึ้น

โดยเฉพาะเวลาที่มีแสงขมุกขมัว  โดย  Retinol จะรวมตัวกับโปรตีนชื่อ  ออพซิน (opsin)  เป็นสารประกอบโรดอพซิน  (rhodopsin)  ซึ่งมีคุณสมบัติดูดแสงและปรับสายตาให้มองเห็น   สารประกอบนี้จะสลายไปเมื่อถูกใช้แล้ว  ดังนั้น  การบริโภคอาหารให้ได้วิตามินเอที่เพียงพอในการสร้างโรดอพซินได้ตลอดเวลา จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง หากขาดจะทำให้มองเห็นได้ยากในเวลากลางคืนหรือในที่แสงสว่างน้อย ตาฟาง และทำให้เยื่อบุตาแห้ง กระจกตาเป็นแผล ในกรณีที่ร่างกายขาดวิตามินเออย่างรุนแรงอาจทำให้ตาบอดได้

แหล่งอาหารที่ดีของวิตามินเอ

แอปริค็อต,เนย,แคนตาลูบ, แครอท,เชดดาร์ชีส,น้ำมันตับปลา, ผักกาดขาว,ไข่, ธัญพืช,ผักคะน้า,ตับ,มะม่วงสุก,นม,มะละกอ,ลูกพีช,เมล็ดถั่ว,ฟักทอง,ผักโขม,มันฝรั่ง, มะเขือเทศ, แครอท ,บรอกโคลี

วิตามินเอหาได้จากที่ไหนวิตามินเอได้จากอะไร

ลูทีน (Lutein) เป็นสารสกัดจากธรรมชาติจัดอยู่ในกลุ่มสารที่มีสี ในตระกูลแคโรทีนอยด์ เป็นสารที่พบบริเวณตา

lutein_zeaxanthin

ลูทีนเป็นแคโรทีนอยด์สีเหลือง ซึ่งมีส่วนในการต่อต้านสารต้านอนุมูลอิสระ มีส่วนสำคัญในการบำรุงสายตา

โมเลกุลของลูทีนจะพบในปริมาณมากในจุดของดวงตา โดยลูทีนจะฉาบอยู่บนผิวของเรตินา (Retina) บริเวณจุดรับภาพของลูกตา (macula) ซึ่งเป็นตำแหน่งที่สำคัญที่สุดในจอประสาทตา เพราะเป็นจุดที่รูปภาพและแสงสว่างจะมาตกบริเวณนี้  ซึ่งเป็นส่วนที่จอตารับภาพได้ชัดเจนที่สุด

ลูทีนจะช่วยในการดูดซับแสงสีน้ำเงินในแถบสีการมองเห็น และช่วยปกป้องการทำลายของคลื่นสั้นที่มีต่อเยื่อบุผิวเรตินา จากการศึกษาพบว่า ระดับลูทีน 2.0 – 6.9 มิลลิกรัมต่อวัน จะช่วยป้องกันความเสื่อมของจุดด่างในดวงตาได้ กล่าวได้คือสารลูทีนจะช่วยสร้างสารต้านอนุมูลอิสระ ในการป้องกันเยื่อแก้วตา (retina) นั่นเอง

LUTEIN

หน้าที่และประโยชน์ของ Lutein

•    ทำหน้าที่ช่วยให้มองภาพได้คมชัด และเห็นรายละเอียดของภาพดีขึ้น
•    ลดความเสี่ยง การเป็นโรคต้อกระจกในผู้สูงอายุได้ (Cataracts)
•    ช่วยลดความเสี่ยง ในการเป็นโรคจุดรับภาพเสื่อม (Age – Related Muscular Degeneration หรือ AMD)
•    ช่วยลดโรคมะเร็งเต้านมในสตรีกลุ่มที่มีความเสี่ยง
•    ลดกลไกการเกิด Plague ในผนักเส้นเลือด ทำให้ลดอัตราการเป็นโรคหัวใจขาดเลือด และโรคหลอดเลือดตีบในสมอง
•    ช่วยให้ดวงตาแข็งแรง ป้องกันประสาทตาเสื่อม
•    ช่วยปกป้องมิให้แสงอาทิตย์ทำลายเรตินา
•    ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ในทั้งผู้ชายและผู้หญิง
•    ช่วยบำรุงระบบการไหลเวียนของเลือด และเส้นเลือดฝอยที่เลี้ยงตา

วิตามินบำรุงสายตา หรือสารที่ชื่อว่า ลูทีน (Lutein) และซีแซนทีน (Zeaxanthin) เป็นสารอาหารสำคัญในอาหารบำรุงสายตา สารอาหารลูทีน (Lutein) และ ซีแซนทีน(Zeaxanthin) นั้นเหมาะสำหรับคนที่ ห่วงใยสุขภาพสายตาและคนที่ทำงานที่ใช้สายตามากเช่น คนที่ต้องนั่งทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานๆ หรือผู้ที่ต้องทำงานอยู่กลางแจ้งที่มีแสงแดดจ้า คนที่ต้องขับรถกลางคืนบ่อยๆที่มักจะถูกแสงไฟรถที่วิ่งสวนมาสาดเข้าตาบ่อยๆ และใน ลักษณะเดียวกับแสงแฟลชจากกล้องถ่ายรูปทำให้สายตาต้องทำงานหนักเมื่อเจอแสง สว่างในลักษณะนี้ ด้วยเช่นกัน

สารอาหารลูทีน (Lutein) และซีแซนทีน (Zeaxanthin)นั้นจะอยู่ในจุดรับภาพของดวงตาคนเรา สารอาหารทั้งสองตัวนี้จะช่วยกรองแสงหรือป้องกันรังสีที่จะทำให้เกิดอันตรายต่อดวงตา นอกจากนี้ลูทีน(Lutein) และ ซีแซนทีน(Zeaxanthin)ยังช่วยปกป้องไม่ให้เซลล์ของจอประสาทตาถูกทำลาย ดังนั้นการบำรุงรักษาสายตาทำได้โดยรู้จักเลือกกินอาหารที่มีสารลูทีน(Lutein)และซีแซนทีน(Zeaxanthin)อยู่เพื่อประโยชน์ในการบำรุงสายตา

ลูทีนถือเป็นวิตามินบำรุงสายตาที่มีความ สำคัญในการปกป้องจอประสาทตา โดยลูทีน จะทำงานร่วมกันกับกรดไขมันดีเอชเอ และ เอเอ ซึ่งมีส่วนช่วยในการเสริมสร้างการพัฒนาการด้านการมองเห็นของเด็ก โดยดีเอชเอและเอเอ จะทำหน้าที่เหมือนเป็นหลอดไฟ ส่วนลูทีน จะทำหน้าที่เหมือนเป็นสารเคลือบหลอดไฟ ไม่ให้ดวงตาเสื่อมเร็ว

แหล่งอาหารของ ลูทีน (Lutein)

ผักโขม,ไข่,แครอท,ผักคะน้า, ผักกาดหอม, กระหล่ำปลี, ถั่วลันเตา, บวบ, แพงพวย,ข้าวโพด เป็นต้น